วิวัฒนาการของหนังสือเกิดขึ้นการจากที่มนุษย์ได้เรียนรู้ สิ่งต่างๆสั่งสมเป็นความรู้

1

ก่อนที่เราจะมีหนังสือเป็นแหล่งความรู้หลักอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ หนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์มีวิวัฒนาการที่ยาวนานข้ามยุคข้ามสมัยมานานนับพันปี  หนังสือสื่อสิ่งพิมพ์ถือว่าเป็นความบันเทิงอย่างแรกๆของมนุษย์เรา แต่ในปัจจุบันเรามีสื่อที่หลากหลาขึ้น ทั้งในรูปของเสียง เช่น วิทยุ  เพลง หรือภาพและเสียงอย่าง โทรทัศน์ DVD หรือสื่ออินเตอร์เนตที่มีเครือข่ายโยงใยไปทั่วโลก วิวัฒนาการของหนังสือเกิดขึ้นการจากที่มนุษย์ได้เรียนรู้ สิ่งต่างๆสั่งสมเป็นความรู้และประสบการณ์จนกระทั่งลงมือละเลงวาดสิ่งที่พบเห็นมาและวิถีชีวิตไว้บนผนังถ้ำอันเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำจึงเป็นทั้งที่อยู่ค่อยคุ้มแดดคุ้มฝนและภัยจากสัตว์ร้ายที่ยังมีอยู่ชุกชุมในอดีต ทั้งยังกลายเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่คอยบันทึกเรื่องราวผ่านยุคสมัยให้สืบทอดมายังปัจจุบัน ในยุคก่อนประวัติศาสตร์เราพบ ศิลปะภาพพิมพ์บนผนังถ้ำในประเทศฝรั่งเศส และสเปน ทั้งยังมีการค้นพบรูปสลักผนังถ้ำที่มีอายุเก่าแก่ต่างๆมากมายในถ้ำต่างๆ การแกะสลักภาพวิถีชีวิตของคนในยุคนั้นถือว่าเป็นหลักฐานอย่างแรกในการ แกะแบบพิมพ์ของมนุษย์

เมื่อโลกเราก้าวเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์ราวก่อนคริสตกาลประมาณ 5,000 ปี มนุษย์ในแถบอารายธรรมเมโสโปเตเมียเริ่มรู้จักการใช้ ของแข็งกดลงบนดินเพื่อให้เกิดเป็นลวดลายและตัวอักษร จนกระทั่งถึงอารยะธรรมกรีกโบราณที่แสนรุ่งโรจน์ใช้วิธีเขียนหนังสือบนแผ่นไม้ ที่ทำจากต้นบีช (Beech) หรือที่เรียกกันในภาษาแองโกล-แซกซอนเรียกว่า BOC จนเป็นที่มาของคำว่าBookในปัจจุบัน ในขณะที่อีกฟากของอารยะธรรมอย่างในดินแดนตะวันออก ผู้นำอารยะธรรมอย่างจีน ก็เริ่มมีการบันทึกตัวอักษรลงบนแผ่นไม้ และใบลานตั้งแต่ก่อนคริสตกาลประมาณ 1,300 ปี หลังจากนั้นมนุษย์มีวิวัฒนาการที่นำหนังสัตว์มาใช้แทนกระดาษ โดยผ่านการฟอกและขัดจนเรียบใช้ทำเป็นม้วนบันทึกเรื่องราวต่างๆลงบนแผ่นหนังจนกระทั่ง ในพ.ศ.648 ( ค.ศ. 105) ชาวจีนชื่อ ไซลัน (Silan) ได้คิดค้นวิธีทำกระดาษจนกระดาษได้กลายเป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ในการบันทึกเรื่องราวต่างๆอย่างเช่นในปัจจุบัน  ในบรรพกาลปราชญ์ชาวจีนคิดค้นสิ่งต่างๆที่มีประโยชน์ได้ ก่อนชาวยุโรปมามกมายหลายสิ่งแต่ขาดการพัฒนาการที่ต่อเนื่องทำให้ล้าหลังและองค์ความรู้ไม่ได้ต่อยอดเท่าทีควร  เช่น การที่จีนรู้จักคิดค้นดินประสิวก่อนชาติใดในโลก การสร้างเรือสำเภา กระดาษอันเป็นวัสดุจำเป็นที่ใช้ในการบันทึกสิ่งต่างๆก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ที่ปราชญ์ชาวที่จีนได้คิดค้นขึ้น แต่ขาดการพัฒนาที่เป็นรูปธรรม

นิทานสำหรับเด็กเพื่อฝึกฝนให้รักการอ่าน

การอ่านเป็นอาหารสมองที่ช่วยพัฒนาสมองให้เกิดความคิดสร้างสรรค์สิ่งใหม่ นอกจากนี้การอ่านยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาอารมณ์จิตใจ ช่วยให้ผู้อ่านมีความสุขบันเทิงใจผ่อนคลายความเครียด และช่วยบำบัดอาการทางจิต ซึ่งส่งผลต่อการลดปัญหาทางสังคมอีกด้วย เนื่องจากปัจจุบันนี้คนไทยใช้เวลาอ่านหนังสือน้อยมาก จึงจำเป็นต้องร่วมมือกันรณรงค์ส่งเสริมการอ่านทั้งในภาครัฐบาลและเอกชนอย่างกว้างขวาง ฉะนั้นการเริ่มต้นปลูกฝังรักหนังสือควรเริ่มต้นตั้งแต่เด็กเล็กเพราะวัยนี้เป็นวัยที่ซึมซับและปลูกฝังลักษณะนิสัยต่างๆได้ง่าย การสร้างความสนใจให้เด็กอยากอ่านหนังสือเป็นการวางพื้นฐานการรักอ่านและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของเด็กต่อไป

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เด็กได้ใช้ภาษาซึ่งถูกนำมาบันทึกด้วยตัวหนังสือ เป็นสื่อกลางถ่ายทอดความหมายจากคนหนึ่งมาสู่คนอื่น ผ่านเรื่องเล่าตามจินตนาการ เป็นเรื่องราวที่มีตัวละครแสดงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดได้เช่นเดียวกับคน โดยการสื่อสารจากหนังสือสำหรับเด็กประเภทนิทาน ด้วยวาจาของผู้เล่าไปสู่ผู้ฟังอย่างมีศิลปะ เพื่อสร้างความสนุกสนาน และเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านความรู้และคุณธรรมให้แก่ผู้ฟัง การอ่านเป็นทักษะที่ต้องใช้กระบวนการที่ซับซ้อน เพราะการอ่านจะเกี่ยว ข้องกับการแปลความสัญลักษณ์ที่เห็น และใช้แทนภาษาพูด เพื่อให้คนอื่นเข้าใจความคิดของผู้เขียน ผู้อ่านจึงต้องการเวลาสำหรับการฝึกการอ่าน ซึ่งต้องได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก

การเลือกนิทานสำหรับเด็ก

เป็นสื่อทางภาษาที่ถ่ายทอดเรื่องราวตามจินตนาการของผู้เขียน ผ่านภาษาและตัวหนังสือที่เรียบเรียงอย่างบรรจงงดงาม การอ่านหนังสือนิทาน เด็กจะมีโอกาสเลือกอ่านตามความสนใจของตนเอง ตรงตามวัตถุประสงค์ของตนเอง จึงแตกต่างจากการอ่านจากตำราหรือแบบฝึกหัด นอกจากนี้หนังสือนิทานไม่มุ่งเน้นการสอนซ่อมเสริมหรือฝึกฝนเด็ก เด็กจึงมีความสุขที่จะเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อที่สนับสนุนให้เด็กเรียนรู้ที่จะอ่านด้วยทัศนคติที่ดี หนังสือนิทานสำหรับเด็กจะมีลักษณะเด่นเหมาะสมกับการสอนอ่าน เพราะมีภาพที่เชื่อมโยงเรื่องราวกับภาษาที่เป็นสัญ ลักษณ์ให้เด็กเข้าใจความหมายเรื่องราวงานเขียนนั้นๆ

นิทานที่เหมาะสมสำหรับเด็ก

1.มีเนื้อหาสั้น ไม่วกวน ไม่ซับซ้อน เสนอเรื่องราวตรงไปตรงมา ชวนติดตาม น่าคิด สื่อถึงสังคมที่ดี
2.มีคำ ประโยคง่ายๆ ซ้ำๆ ก่อให้เด็กเกิดความเพลิดเพลิน
3.เป็นคำสุภาพ ไพเราะ ที่สังคมใช้สื่อสารอย่างเหมาะสม
4.มีภาพประกอบเรื่องราวสวยงาม
5.ภาพและเรื่องสอดคล้องกัน ชวนให้เด็กเข้าใจความหมายของภาษาได้เป็นอย่างดี
6.ตัวหนังสือพิมพ์หรือเขียนอ่านง่าย ไม่มีลวดลายประดิษฐ์ ขนาดตัวหนังสือเหมาะแก่สายตา

ปลูกฝังให้เป็นคนรักการอ่านตั้งแต่ยังเด็ก

การอ่านมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน 

มีส่วนในการพัฒนาการศึกษา ปัจจุบันหลายฝ่ายให้ความสำคัญกับการอ่านมากขึ้นเพื่อเป็นการสร้างวัฒนธรรมในการอ่านให้ยั่งยืน นำไปสู่การเรียนรู้และพัฒนาโดยเฉพาะการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองนี้ เพราะการจะผลักดันการอ่านให้เป็นวาระแห่งชาติให้สำเร็จต้องมีกลุ่มทำงานยุทธศาสตร์มาผลักดันเรื่องนี้ และมีเรื่องหลักที่ต้องทำ คือ การตัดวงจรชั่วร้ายเนื่องจากหนังสือดีในปัจจุบันขายได้แค่ไม่กี่พันเล่ม ทำให้คนเขียน คนแปลหนังสือดีมีน้อย ตรงจุดนี้จะต้องอาศัยรัฐบาลมาช่วยตัดวงจรด้วยการส่งเสริมสนับสนุนการผลิตหนังสือดีให้มากขึ้นโดยต้องมีกองทุนขึ้นมาสนับสนุนการผลิต การส่งเสริมให้เกิดชมรมรักการอ่านทุกหมู่บ้าน

การส่งเสริมให้เด้กรักการอ่านตั้งแต่เด็กจะช่วยให้รักการอ่านไปจนโตได้โดยหาหนังสือนิทานมาอ่านให้ลูกฟังโดยน้ำเสียงที่คุณแม่เล่าและเรื่องราวจากหนังสือนิทานนั้นๆ จะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะการจำ โดยจำสิ่งต่างๆในหนังสือ และเกิดความสนใจในเสียงต่างๆรอบตัวว่าเป็นเหมือนนิทานที่คุณอ่านให้ฟังหรือไม่ นอกจากนี้การได้ใกล้ชิดกับคุณพ่อคุณแม่เวลาฟังนิทานจะทำให้เด็กให้ความใส่ใจในหนังสือที่คุณอ่านและต่อมา พวกเขาจะเริ่มให้ความสนใจในหนังสือด้วยตัวเขาเอง และจะขอให้คุณอ่านให้ฟัง คุณแม่อาจช่วยลูกอ่านออกเสียงตัวอักษรและคำต่างๆ เพื่อให้เขาฝึกออกเสียงด้วย ลูกจะเรียนรู้การอ่านตามธรรมชาติของเขาจากสิ่งที่คุณแม่หรือคุณพ่อเล่าหรืออ่านให้ฟัง

การอ่านหนังสือนอกจากเป็นอาหารสมองที่ดีแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจให้แก่ผู้อ่านด้วย ยิ่งผู้อ่านได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินจากเรื่องที่อ่านมากเท่าไร การเรียนรู้ก็ยิ่งพัฒนาขึ้นเท่านั้น การอ่านกับเด็ก จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คุณครูควรปลูกฝังและส่งเสริมให้เด็กรักการอ่านตั้งแต่ยังเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยอนุบาล เพราะเด็กในวัยนี้จะซึบซับและเรียนรู้สิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวได้ง่ายและรวดเร็ว ยิ่งถ้าได้รับการส่งเสริมสนับสนุนจากคุณครูเป็นประจำและสม่ำเสมอด้วยแล้ว เด็กก็จะเกิดความคุ้นเคยและเคยชินกับการอ่านหนังสือ จนพัฒนาเป็นนิสัยรักการอ่านโดยไม่รู้ตัว

การอ่านเป็นสิ่งที่ทุกคนในสังคมสามารถทำร่วมกันได้

แต่คนที่สำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ เพราะการส่งเสริมการอ่านควรเริ่มแต่วัยเยาว์และต้องเริ่มต้นจากครอบครัวเป็นลำดับแรก พ่อแม่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก หากพ่อแม่ไม่สนใจอ่านหนังสือแล้ว  คงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ลูกเชื่อว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่ควรทำ และสถานศึกษาก็มีส่วนสำคัญในการสร้างเด็กให้เป็นคนรักการอ่าน ผ่านการจัดกิจกกรมส่งเสริมการอ่าน การจัดห้องสมุดให้น่าเข้า รวมถึงการบูรณาการความรู้จากหนังสือต่างๆ ที่เด็กชอบเข้ากับวิชาเรียนแต่ละวิชาให้ได้ ซึ่งจะทำให้เด็กรู้สึกสนุกสนานกับการอ่านหนังสือ และเริ่มมองเป็นมุมมองที่หลากหลายจากหนังสือเล่มเดิมได้มากขึ้น

เพิ่มความสะดวกในการอ่าน กับร้านหนังสือออนไลน์

การเติบโตของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำให้ผู้คนรู้จักและใช้งานอี-บุ๊กหรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น หากมีแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนที่จอใหญ่พอจะอ่านหนังสือได้ อย่ารอช้า หาวิธีประหยัดให้ตัวเอง ด้วยการซื้อหนังสืออี-บุ๊ก เพราะถูกกว่าซื้อเป็นฉบับประมาณ 25-30% เชียวล่ะ

แน่นอนว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนย่อมต้องใช้อินเทอร์เน็ตหรือใช้งานดาต้าเป็นประจำ จึงเป็นที่มาแอพพลิเคชั่นบนแอพสโตร์สำหรับผู้ใช้ไอโฟนและไอแพด

เราต้องเริ่มด้วยการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของผู้ให้บริการอี-บุ๊กมาไว้บนอุปกรณ์ของเราก่อน เช่น มีไอแพด หรือไอโฟน ก็เข้าไปที่แอพสโตร์ แล้วเลือกดาวน์โหลดของผู้ให้บริการที่เราต้องการใช้งานมาบนเครื่องของเรา ซึ่งจะมีทั้งของหนังสือฉบับนั้น ๆ เองและของสำนักพิมพ์ที่จัดทำเป็นร้านหนังสือออนไลน์ให้บริการทั้งจากนักเขียนชื่อดังและนักเขียนหน้าใหม่

ปัจจุบันที่เป็นรายใหญ่บนแอพสโตร์เปรียบเหมือนเปิดร้านขายหนังสือขนาดใหญ่บนโลกออนไลน์มีทั้งแมกกาซีน พ็อกเกตบุ๊กและหนังสือพิมพ์ฉบับออนไลน์

จากข้อมูลล่าสุดมีการซื้อขายหนังสือหรือดาวน์โหลดอี-บุ๊กจากเอไอเอสบุ๊กสโตร์แล้วมากกว่า 2 ล้านเล่ม นิตยสารบางฉบับซื้อถูกกว่าซื้อเป็นเล่มได้สูงสุดถึง 60% ถ้าเป็นนิตยสารรายปักษ์ถ้าเราตกลงใจจะซื้อแล้ว จะได้รับหนังสือแบบอี-บุ๊กเดือนละ 2 เล่ม นิตยสารรายสัปดาห์เดือนละ 4 เล่ม

ขนาดหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ เรายังสามารถซื้อฉบับอี-บุ๊กได้จ่ายเดือนละ 29 บาท ถูกกว่าซื้อเป็นเล่มกว่าครึ่ง

แม้แต่หนังสือสำหรับคุณแม่บ้าน คุณผู้หญิงที่เคยเห็นมาตั้งแต่เป็นเด็ก เช่น ขวัญเรือนและกุลสตรี ก็ยังมีฉบับอี-บุ๊ก ทันสมัยสุด ๆ

การจ่ายตังค์ก็ง่ายเรียกเก็บพร้อมค่าใช้งานโทรศัพท์ในทุกเดือน

จึงยืนยันถึงการเติบโตของอี-บุ๊กในบ้านเราได้อย่างดี

ส่วนหนังสือพิมพ์ หลายคนมักจะบ่นว่า หาซื้อไม่ค่อยได้ เพราะแผงหนังสืออยู่ไกลบ้าน หรือบางทีไปถึงร้านก็หมดก่อน หากฝนตกเด็กส่งหนังสือพิมพ์เบี้ยวก็อดอ่าน ในเอไอเอสบุ๊กสโตร์ก็มีหนังสือฉบับออนไลน์ หรือ อี-นิวส์เปเปอร์ (e-newpaper) ที่ให้บริการในตอนนี้เป็นหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น กรุงเทพธุรกิจ คมชัดลึกและโลกวันนี้ หากซื้อแบบรายเดือนจะถูกกว่าซื้อที่แผงประมาณ 30-60%

ข้อดีของอี-บุ๊กก็คือ ถ้าเป็นนักอ่านก็สะดวกไม่ต้องพกหนังสือหลายเล่มแบกให้หนักเวลาเดินทาง หากเราหยุดพักผ่อนหรือต้องเดินทางไปหลาย ๆ วัน สามารถดาวน์โหลดอี-บุ๊กติดตัวไปอ่านได้หลายเล่ม แค่พกแท็บเล็ตหรือเครื่องอ่านหนังสืออี-บุ๊กไปเครื่องเดียว ราคาก็ถูกกว่าซื้อหนังสือเล่ม ส่วนสำนักพิมพ์ก็ประหยัดพื้นที่จัดเก็บหนังสือ ช่วยลดต้นทุนค่ากระดาษ

หนังสือออนไลน์ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ในยุคดิจิตอล

การแข่งขันของธุรกิจ”หนังสือ” ในยุคดิจิทัล จำเป็นต้องปรับตัวรับมือ “สื่อใหม่” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคนี้ ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้อ่านหนังสือเล่ม ทำให้บรรดา “สำนักพิมพ์”หลายค่าย ต่างเดินหน้าสร้างสรรค์กลยุทธ์ต่อยอดคอนเทนท์ รวมถึงผสมผสานการใช้ประโยชน์จากสื่อใหม่ เพื่อสร้างฐานผู้อ่านทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์

กลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง จึงมีความสำคัญต่อการสื่อสารและการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ เนื่องจากสินค้าหรือผลงานส่วนใหญ่มุ่งเน้นเจาะคนรุ่นใหม่ ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยถือเป็นกลุ่มที่ใช้เวลากับสื่อดิจิทัล ออนไลน์หลายชั่วโมงในแต่ละวัน มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นๆ

รูปแบบการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในช่วงแรก บริษัทใช้เว็บไซต์สื่อสารจนติดตลาด เป็นที่รับรู้ในกลุ่มวัยรุ่นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่การใช้งานสื่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้ขยายวงกว้างในกลุ่มหลายวัย ส่งผลให้การทำตลาดในช่องทางออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้นในทุกธุรกิจ

ท่ามกลางสถานการณ์การเข้าร้านหนังสือและซื้อสินค้ามีแนวโน้มลดลง เห็นได้จากยอดขายร้านหนังสือชะลออย่างมากเมื่อเทียบกับยุคก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในยุคนี้

“หากหนังสือมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย อาจไปไม่รอด เช่นเดียวกับหนังสือ ที่ไม่วางตำแหน่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เชื่อว่าขายยากมากในปัจจุบัน แต่หากเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ถือว่ามีโอกาสทางธุรกิจในยุคนี้ ที่สามารถใช้เครื่องมือสื่อดิจิทัลในการสื่อสารตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะด้าน”
ในโลกออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลและวิเคราะห์ความสนใจผู้บริโภคได้อย่าง ง่ายๆ ตัวอย่างเว็บไซต์กูเกิล ที่มีผู้เข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านคำค้นต่างๆ ที่อยู่ในกระแส สำนักพิมพ์อาจเลือกดึงความสนใจของผู้คนจากคำค้นยอดฮิต มาผลิตเป็นหนังสือ ที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าในอินเทอร์เน็ต จะเห็นได้ว่าสื่อออนไลน์เป็นอีกช่องทางสำคัญในการพัฒนาคอนเทนท์หนังสือให้ น่าสนใจ