หนังสือออนไลน์ ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ ในยุคดิจิตอล

การแข่งขันของธุรกิจ”หนังสือ” ในยุคดิจิทัล จำเป็นต้องปรับตัวรับมือ “สื่อใหม่” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคนี้ ท่ามกลางการพัฒนาเทคโนโลยี ที่มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้อ่านหนังสือเล่ม ทำให้บรรดา “สำนักพิมพ์”หลายค่าย ต่างเดินหน้าสร้างสรรค์กลยุทธ์ต่อยอดคอนเทนท์ รวมถึงผสมผสานการใช้ประโยชน์จากสื่อใหม่ เพื่อสร้างฐานผู้อ่านทั้งโลกออนไลน์และออฟไลน์

กลยุทธ์ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง จึงมีความสำคัญต่อการสื่อสารและการดำเนินธุรกิจในยุคนี้ เนื่องจากสินค้าหรือผลงานส่วนใหญ่มุ่งเน้นเจาะคนรุ่นใหม่ ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน โดยถือเป็นกลุ่มที่ใช้เวลากับสื่อดิจิทัล ออนไลน์หลายชั่วโมงในแต่ละวัน มากกว่าสื่อรูปแบบอื่นๆ

รูปแบบการทำดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในช่วงแรก บริษัทใช้เว็บไซต์สื่อสารจนติดตลาด เป็นที่รับรู้ในกลุ่มวัยรุ่นและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่การใช้งานสื่ออินเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้ขยายวงกว้างในกลุ่มหลายวัย ส่งผลให้การทำตลาดในช่องทางออนไลน์มีความสำคัญมากขึ้นในทุกธุรกิจ

ท่ามกลางสถานการณ์การเข้าร้านหนังสือและซื้อสินค้ามีแนวโน้มลดลง เห็นได้จากยอดขายร้านหนังสือชะลออย่างมากเมื่อเทียบกับยุคก่อน ดังนั้นผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัว ปรับกลยุทธ์ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงในยุคนี้

“หากหนังสือมุ่งเจาะกลุ่มเป้าหมายคนทั่วไป ทุกเพศทุกวัย อาจไปไม่รอด เช่นเดียวกับหนังสือ ที่ไม่วางตำแหน่งกลุ่มเป้าหมายชัดเจน เชื่อว่าขายยากมากในปัจจุบัน แต่หากเป็นหนังสือเฉพาะกลุ่ม ถือว่ามีโอกาสทางธุรกิจในยุคนี้ ที่สามารถใช้เครื่องมือสื่อดิจิทัลในการสื่อสารตอบโจทย์ความสนใจเฉพาะด้าน”
ในโลกออนไลน์ที่สามารถค้นหาข้อมูลและวิเคราะห์ความสนใจผู้บริโภคได้อย่าง ง่ายๆ ตัวอย่างเว็บไซต์กูเกิล ที่มีผู้เข้าไปค้นหาข้อมูลผ่านคำค้นต่างๆ ที่อยู่ในกระแส สำนักพิมพ์อาจเลือกดึงความสนใจของผู้คนจากคำค้นยอดฮิต มาผลิตเป็นหนังสือ ที่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกกว่าในอินเทอร์เน็ต จะเห็นได้ว่าสื่อออนไลน์เป็นอีกช่องทางสำคัญในการพัฒนาคอนเทนท์หนังสือให้ น่าสนใจ

6 เทคนิคดีๆ ในการอ่านหนังสือที่แสนน่าเบื่อ อ่านยังไงให้เข้าหัว

index
ปกติแล้วถ้าเป็นหนังสือที่เราชอบ มักจะไม่ค่อยมีโมเมนท์อยากปิดหนังสือ แต่สำหรับหนังสือบางประเภท เช่น หนังสือเรียน หลายคนอยากรีบอ่านให้จบแต่ไม่จบซักที เพราะอ่านไม่กี่หน้าก็หน้าเบื่อ ง่วงนอน ทุกหน้าเต็มไปด้วยตัวหนังสือล้วนๆ แต่ทำไงได้ น้องๆ ต้องใช้สอบและเพิ่มเติมความรู้ให้ตัวเอง ดังนั้นก็ต้องอ่านๆๆ เข้าไปค่ะ อิอิ

แบบนี้แน่นอน ก็เลยสรรหาเทคนิคการอ่าน “หนังสือที่น่าเบื่อ” ให้หายน่าเบื่อและสามารถอ่านจนจบได้ด้วยระยะเวลาที่เร็วขึ้นกว่าเดิม ไปดูกันเลยว่าเทคนิคเหล่านั้นมีอะไรบ้าง
1. ดูสารบัญ หาเรื่องที่น่าสนใจก่อน
ชีวิตจะง่ายขึ้นเยอะ ถ้า รู้ประโยชน์ของสารบัญค่ะ สารบัญจะอยู่หน้าแรกๆ ของหนังสือ เป็นส่วนที่บอกว่าเรื่องไหนอยู่หน้าอะไร เราอาจจะมองว่าไม่มีประโยชน์ แต่ความจริงมันคือโครงร่างของหนังสือที่ช่วยให้รู้ว่าในเล่มนี้มีอะไรให้อ่านบ้าง ไม่ต้องไปไล่ดูทั้งเล่ม เมื่ออ่านหัวข้อแล้ว ชอบหัวข้อไหนหรืออันไหนน่าสนใจ คิดว่าอ่านแล้วต้องไม่วางหนีซะก่อน ก็เลือกเปิดไปหน้านั้นก่อนเลยค่ะ การที่เราเริ่มต้นด้วยอะไรง่ายๆ สนุกๆ ทุกอย่างจะราบรื่นขึ้นเยอะค่ะ

2. อ่านกี่หน้าดี
พลิกหน้าหนังสือจากสารบัญมาแล้ว ถ้ามาเจอความจริงว่า เนื้อหามันน่าเบื่อมากกกกกกก คราวนี้ถ้ารู้ตัวว่าอ่านได้ไม่เกิน 10 นาทีต้องปิดแน่ๆ (หมายถึงตาเรา) ก็ต้องใช้เทคนิคฟิกจำนวนหน้าไว้เลย พูดง่ายๆ คือ ตั้งเป้าเอาไว้ว่าต้องอ่านให้ได้กี่หน้า เช่น ต้องอ่านให้ได้ 10 หน้า (เมื่อไหร่จะอ่านจบเล่ม), 20 หน้า ถ้าอ่านครบที่ตั้งใจก็ไปพักได้ เหตุผลที่ต้องระบุจำนวนหน้าแทนการระบุเวลา เพราะการระบุจำนวนหน้าให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนกว่าค่ะ บางคนอ่านครึ่งชั่วโมง แต่ได้ไม่ถึง 5 หน้าก็มี เพราะไม่ตั้งใจ ตรงกันข้ามถ้าเราระบุจำนวนหน้า จะช่วยให้กระตือรือร้น 10 หน้าอาจจะอ่านจบภายใน 10 นาทีก็ได้ ใครจะอ่านสองชั่วโมงก็ไม่มีใครว่า แต่ต้องอ่านให้ถึงเป้าแค่นั้นพอ

3. เสียบปุ๊บอ่านปั๊บ
เทคนิคนี้เหมาะสำหรับคนที่เบื่อการอ่านแบบปกติที่ต้องไล่ทีละหน้า อุปกรณ์สำคัญที่ต้องใช้คือ “ที่คั่นหนังสือ” ค่ะ วิธีการง่ายๆ เอาหนังสือน่าเบื่อเล่มนั้นมาวางไว้ แล้วเอาที่คั่นหนังสือเสียบเข้าไป ได้หน้าไหนก็อ่านหัวเรื่องนั้น ไม่ใช่อ่านแค่หน้านั้นนะคะ เพราะบางทีหน้าที่เราคั่นอาจจะอยู่กลางๆ เรื่อง ดังนั้นลองเปิดย้อนดูหน่อยว่าต้นเรื่องอยู่ตรงไหนแล้วก็เริ่มอ่านได้เลย เมื่ออ่านจบเรื่องแล้ว ก็มาจดใส่สมุดเอาไว้ว่าอ่านหน้าไหนไปแล้วบ้าง วิธีนี้ช่วยให้การอ่านไม่น่าเบื่อ เพราะเราต้องลุ้นอยู่ตลอดว่าจะได้อ่านเรื่องไหน จะได้เรื่องสั้นหรือยาว และที่สำคัญเราต้องรับผิดชอบอ่านหัวเรื่องนั้นให้จบด้วยค่ะ อิอิ

4. พกหนังสือไปด้วยทุกที่
สิ่งแวดล้อมมีส่วนช่วยในการอ่านมากเลยนะคะ เคยสังเกตมั้ยว่าถ้าเราอ่านหนังสือในสถานที่ที่แตกต่างกัน ระดับการเรียนรู้จะแตกต่างกัน บางคนชอบอ่านในร้านอาหาร บางคนชอบอ่านห้องสมุด อ่านต่างสถานที่แต่เหตุผลเหมือนกันคือ อ่านในที่ที่มีสมาธิเหมาะกับตัวเรา ดังนั้นพี่มิ้นท์แนะนำให้พกหนังสือไปด้วยทุกที่ค่ะ ช่วงไหนใกล้สอบให้พกเล่มที่น่าเบื่อติดตัวไว้ แล้วเปิดอ่านตอนเวลาว่าง วันละนิด วันละหน่อย เดี๋ยวก็จบเล่มเองค่ะ

5. หาสื่ออื่นมาประกอบ
เทคนิคการอ่านข้อสุดท้าย ต้องใช้อย่างอื่นเข้ามาช่วยค่ะ ทุกวันนี้คงเคยเห็นหนังสือสรุปย่อ หนังสือ การ์ตูนความรู้ หรือพวก info graphic, mind mapping ต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งกว่าจะออกเป็นสื่อพวกนี้ คนทำก็ต้องเอาเนื้อหาแน่นๆ เต็มๆ มาย่อยให้เหลือข้อมูลแค่นั้นก่อน ดังนั้นถ้าไม่อยากอ่านแต่หนังสือน่าเบื่อๆ ลองไปยืมจากห้องสมุดหรือเสิร์ชหาอินเทอร์เน็ตในหัวเรื่องต่างๆ มาอ่านประกอบ เป็นเทคนิคที่ช่วยได้เยอะเลยนะคะ

6. พักผ่อนให้พอก่อนมาอ่าน
การอ่านหนังสือซักเล่มต้องใช้แรงกาย แรงใจ และแรงจูงใจค่อนข้างเยอะค่ะ ยิ่งเป็นหนังสือที่น่าเบื่อด้วยแล้ว ทุกอย่างต้องเป็นสองเท่า หากง่วงๆ มาอ่าน รับรองว่าไม่เกิน 5 นาที หนังสือได้อ่านเราแน่นอน ดังนั้นก่อนอ่านหนังสือ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ หากเพิ่งเลิกเรียนมา ก็กินข้าว อาบน้ำ ดูทีวีให้พอใจก่อน แล้วมาลุยอ่านให้เต็มที่ บางทีแค่ร่างกายและจิตใจพร้อมก็ช่วยเปลี่ยนหนังสือที่น่าเบื่อให้น่าอ่านได้นะคะ ใครที่รู้ตัวว่ารอบตัวมีแต่หนังสือน่าเบื่อๆ ทั้งนั้น ก็ลองเอาเทคนิคการอ่านทั้ง 6 ข้อนี้ไปปรับใช้ดู จะใช้ทุกเทคนิคไปพร้อมๆ กันก็ได้ค่ะ